2007/Mar/29

เรื่อง จดหมายรัก

ติชนัชฮันห์

..............

มีหญิงชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งเก็บรักษาจดหมายรักเก่า ๆ ของสามีเอาไว้

ซึ่งตัวสามีได้เขียนจดหมายที่งดงามไว้หลายฉบับให้แก่เธอก่อนแต่งงานกัน

ทุก ๆครั้งที่ได้รับจดหมายจากเขา

เธอรู้สึกดื่มด่ำในทุกประโยค ทุก ๆถ้อยคำหวาน

ไพเราะด้วยความรักเข้าอกเข้าใจ เธอรู้สึกเบิกบานใจเสมอเมื่อได้รับจดหมาย

ด้วยเหตุนี้เธอจึงเก็บจดหมายทุกฉบับของเขาเอาไว้ในกล่องขนม

....................

เช้าวันหนึ่งขณะที่กำลังจัดของในตู้ เธอจึงได้พบกล่องขนมใบเก่าคร่ำคร่า

ซึ่งภายในมีจดหมายของเขาเก็บอยู่ ....

เป็นเวลาเนิ่นนานมากแล้วตั้งแต่ได้เห็นมันคราวก่อน

กล่องเก็บจดหมายบอกเล่าถึงช่วงเวลาอันแสนวิเศษของสามีภรรยา

ซึ่งยังเป็นหนุ่มสาวและรักกัน

จนเชื่อว่าหากปราศจากใครไปคนหนึ่งแล้วชีวิตคงอยู่ต่อไปไม่ได้

..........................

แต่ในหลายปีที่ผ่านมาสามีภรรยาทั้งคู่กลับรู้สึกเป็นทุกข์อย่างมาก

พวกเขาไม่ได้รู้สึกยินดีที่จะมองกันและกันอีกต่อไป

ไม่รู้สึกเพลิดเพลินต่อการคุยกันอีกแล้ว

พวกเขาไม่ได้เขียนจดหมายถึงกันอีกเลย

..........................

วันก่อนที่เธอจะพบกล่องใส่จดหมายสามีได้บอกให้เธอทราบว่า

เขาจะต้องเดินทางไปทำธุรกิจต่อเขารู้สึกไม่สบายใจนักเวลาอยู่บ้าน

บางทีเขาคงกำลังหาความสุขความพึงพอใจเล็ก ๆ น้อยๆ จากการเดินทาง

เธอเริ่มได้ตระหนัก และเมื่อสามีบอกว่าเขาต้องไปประชุมที่นิวยอร์ก

เธอจึงบอกกลับไปว่า หากคุณมีงานต้องทำก็ขอให้ทำตามสบายเลย

เธอโตมากับการพูดอย่างนี้มันเป็นเรื่องปกติมาก

..........................

.... แล้วแทนที่การกลับบ้านจะเป็นไปตามแผน

เขาโทรศัพท์มาบอกว่า

ผมต้องอยู่ต่ออีกสองวันเพราะมีเรื่องจำเป็นต้องให้ทำ

เธอยอมรับได้อย่างง่ายดายอาจเป็นเพราะเมื่อเขาอยู่บ้าน

เธอรู้สึกไม่มีความสุขเลย

.........................

หลังจากวางหูโทรศัพท์เธอจึงเริ่มต้นจัดข้าวของในตู้แล้วก็พบกล่องดังกล่าว

มันเป็นกล่องขนมปังกรอบยี่ห้อ Lu ซึ่งมีชื่อเสียงมากในประเทศฝรั่งเศส

เธอรู้สึกสนอกสนใจเนื่องจากมันนานมาแล้วตั้งแต่เปิดกล่องนั้นครั้งก่อน

เธอใช้ไม้ขนไก่ปัดเอาฝุ่นออกแล้วเปิดกล่อง

จึงได้กลิ่นของบางสิ่งที่คุ้นเคยมาก

..........................

....เธอหยิบเอาจดหมายฉบับหนึ่งออกมาและยืนอ่านอยู่ตรงนั้น

มันช่างเป็นจดหมายที่หวานไพเราะอะไรอย่างนี้ !

ในภาษาถ้อยคำของเขานั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจรักใคร่

เธอรู้สึกได้ถึงความสดชื่นมากมาย

ได้กลับมาเหมือนกับผืนดินที่แตกระแหงได้รับน้ำฝน

เธอเปิดจดหมายอีกฉบับออกอ่านเพราะว่ามันวิเศษเหลือเกิน

ในที่สุดเธอจึงนำจดหมายทั้งกล่องมาที่โต๊ะนั่งลง

และอ่านฉบับแล้วฉบับเล่า

จนกระทั่งอ่านจบหมด ๔๖ ฉบับ

.......................

...เมล็ดพันธุ์แห่งความสุขในอดีตยังคงอยู่ที่นั่น

ทว่ามันถูกฝังกลบไว้ภายใต้ความทุกข์มากชั้น

หากแต่ว่ามันคงอยู่ที่นั่น

ดังนั้นในขณะที่อ่านจดหมาย

ซึ่งเขาเขียนเมื่อยังหนุ่มและรักซึ้งตรึงใจ

เธอจึงรู้สึกได้ว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขภายในเธอเริ่มต้นได้น้ำแล้ว..

.......................

เมื่อคุณทำบางสิ่งเหมือนอย่างนี้..

ก็เท่ากับช่วยรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์แห่งความสุข

ซึ่งนอนจมอยู่ในจิตสำนึกของคุณในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานมานี้

สามีของเธอไม่รู้จักใช้ถ้อยคำอันไพเราะเสียบ้างเลย

.. แต่เดี๋ยวนี้เมื่อกำลังอ่านจดหมาย

เธอได้ยินคำพูดหวาน ๆ จากเขาความสุขของพวกเขามีอยู่จริง

แต่ทำไมเล่าพวกเขาจึงมีชีวิตเหมือนอยู่ในนรก?

.........................

เธอแทบจะจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเขาเคยพูดคุยกับเธออย่างนั้น

แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาเคยทำจริง ๆ

ซึ่งเขาสามารถคุยกับเธอด้วยคำพูดดี ๆได้

ช่วงเวลาชั่วโมงครึ่งที่เธอใช้เวลาอ่านจดหมายเหล่านี้ทั้งหมด

ได้ช่วยพรมน้ำลงบนเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขในตัวเธอ

...........................

เธอเข้าใจแล้วว่าทั้งเธอและเขาต่างก็ไม่มีความชำนาญ

พวกเขาจึงให้น้ำบนเมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ของกันและกัน

อีกทั้งไม่รู้จักให้น้ำบนเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขบ้างเลย

หลังจากอ่านจดหมายทั้งหมด

เธอมีแรงจูงใจปรารถนาที่นั่งลงเขียนจดหมายบอกแก่สามีว่า

ในช่วงเวลานั้นเธอมีความสุขเพียงใด

เมื่อแรกเริ่มในความสัมพันธ์ของพวกเขา

..............................

เธอเขียนว่าปรารถนาให้ปีแห่งความสุขอันทรงคุณค่าเหล่านั้น

หวนกลับคืนมาอีกครั้งและตอนนี้อยากจะเรียกเขาว่า

สุดที่รักของฉัน

ด้วยความสัตย์ซื่อจริงใจอย่างเต็มเปี่ยม

เธอใช้เวลา ๔๕นาทีเพื่อเขียนจดหมายนั้น

มันเป็นจดหมายรักจริงๆที่ส่งไปให้ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์

คนที่เขียนจดหมายมาให้เธอเก็บเอาไว้ในกล่องๆ หนึ่ง

การอ่านและเขียนจดหมายใช้เวลาไปร่วมๆ ๓ ชั่วโมง

มันเป็นเวลาแห่งการฝึกปฏิบัติทว่าเธอเองไม่รู้เลยว่ากำลังปฏิบัติอยู่

.........................

หลังจากเขียนจดหมายเสร็จเธอรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ

ทั้งๆ ที่จดหมายยังไม่ได้ส่งและสามีของเธอก็ยังไม่ได้อ่าน

. แต่กลับทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างมาก

เพราะว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขได้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

พวกมันได้รับน้ำแล้ว

เธอขึ้นไปชั้นบนแล้วเอาจดหมายวางลงบนโต๊ะของเขา

เธอรู้สึกมีความสุขเพียงเพราะว่าจดหมายเหล่านั้น

ได้หล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์ด้านบวกในตัวเธอ

.................

ในขณะที่กำลังอ่านจดหมายและเขียนถึงสามีของเธอ

เธอได้รับความเข้าใจบางอย่าง ที่ว่าพวกเขาทั้งสองไม่มีความชำนาญพอ

อีกทั้งไม่รู้จักวิธีที่จะถนอมรักษาความสุข

ที่พวกเขาสมควรจะได้รับจากถ้อยคำพูดคุย

จากการกระทำ แต่กลับทำให้สถานการณ์ย่ำแย่

ทั้งๆที่ทั้งสองยินดีที่จะใช้ชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัว เป็นคู่ผัวตัวเมีย

...แต่พวกเขากลับไม่มีความสุขเอาเสียเลย

....................

หลังจากมีความเข้าใจนี้

เธอรู้สึกมั่นใจว่าถ้าเธอและเขาพยายามฝึกปฏิบัติ

ความสุขก็จะหวนคืนกลับมาอีกเธอรู้สึกเต็มไปด้วยความหวัง

และไม่มีความทุกข์ใดๆอีกเลยเช่นที่เธอเคยมีในอดีตที่ผ่านมา

เมื่อสามีเธอกลับมาบ้านเขาขึ้นชั้นบนและเห็นจดหมายบนโต๊ะ

เขียนว่า

ฉันเป็นคนหนึ่งที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในความทุกข์ของเรา

เป็นความจริงที่ว่าเราไม่มีความสุขอย่างที่เราทั้งคู่สมควรจะได้รับ

ขอให้มาเริ่มต้นพูดคุยกันใหม่ ขอให้ความสงบสันติความปรองดอง

และความสุขเกิดขึ้นจริงอีกครั้ง

เขาใช้เวลามากมายไปกับการอ่านจดหมาย

และมองลึกลงไปในสิ่งที่เธอเขียน

เขาไม่รู้เลยว่ากำลังฝึกภาวนาแต่เขาก็กำลังทำมันอยู่

เพราะว่าด้วยการอ่านจดหมายของภรรยา

เมล็ดพันธุ์แห่งความสุขในตัวเขาได้รับน้ำด้วยเช่นเดียวกัน

......................

เขาอยู่ที่ชั้นบนเป็นเวลานาน มองหยั่งลึกเข้าไป

เกิดความเข้าใจเหมือนๆกันกับที่เธอได้รับในวันก่อน

ด้วยการกระทำนี้

พวกเขาทั้งสองจึงมีโอกาสเริ่มต้นใหม่และฟื้นฟูความสุขอีกครั้ง

..........................

ปัจจุบันนี้ผู้คน คู่รักไม่เขียนจดหมายถึงกันอีกต่อไปแล้ว

พวกเขาเพียงแค่ยกหูโทรศัพท์และพูดว่า

คืนนี้เธอว่างไหม ? เราน่าจะออกไปนอกบ้านกันนะ

แค่นั้นเองไม่มีอะไรให้เก็บเอาไว้ให้ระลึกนึกถึง

นั่นเป็นเรื่องน่าสงสาร

เราต้องเรียนรู้ที่จะเขียนจดหมายรักอีกครั้ง

เขียนถึงคนที่คุณรัก

เขาอาจจะเป็นพ่อหรือเป็นลูกชาย

เธออาจจะเป็นลูกสาว แม่ พี่สาว น้องสาว หรือเพื่อน

ให้เวลากับการลงมือเขียนด้วยความรู้สึกสำนึกและความรักของคุณ.




จากข้อเขียนเรื่อง Love Letters ในนิตยสาร Resurgence

ฉบับที่ ๒๑๕เดือน พฤศจิกายน ธันวาคม ๒๐๐๒

ป้อม ผ่านทางนำมาโพสต์ไว้ที่ www.prajan.com

Comment

Comment:

Tweet


ถ้าปัจจุบันยังมีการเขียนจดหมายให้เก็บไว้เป็นความทรงจำ... ก๊ดีสิน่ะ
#4 by acare At 2008-10-18 09:55,
ซึ้งมากค่ะ
#3 by แพร (202.129.34.126) At 2008-07-09 14:25,
เหมือนตัวเอง กลายเป็นภรรยาคนนั้นค่ะ
#2 by คนเลวที่แสนดี (203.144.187.18) At 2008-02-22 19:58,
อืม ดีจัง
#1 by .;:melody:;. At 2007-03-29 01:01,