
เรื่อง จดหมายรัก
ติชนัชฮันห์
..............
มีหญิงชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งเก็บรักษาจดหมายรักเก่า ๆ ของสามีเอาไว้
ซึ่งตัวสามีได้เขียนจดหมายที่งดงามไว้หลายฉบับให้แก่เธอก่อนแต่งงานกัน
ทุก ๆครั้งที่ได้รับจดหมายจากเขา
เธอรู้สึกดื่มด่ำในทุกประโยค ทุก ๆถ้อยคำหวาน
ไพเราะด้วยความรักเข้าอกเข้าใจ เธอรู้สึกเบิกบานใจเสมอเมื่อได้รับจดหมาย
ด้วยเหตุนี้เธอจึงเก็บจดหมายทุกฉบับของเขาเอาไว้ในกล่องขนม
....................
เช้าวันหนึ่งขณะที่กำลังจัดของในตู้ เธอจึงได้พบกล่องขนมใบเก่าคร่ำคร่า
ซึ่งภายในมีจดหมายของเขาเก็บอยู่ ....
เป็นเวลาเนิ่นนานมากแล้วตั้งแต่ได้เห็นมันคราวก่อน
กล่องเก็บจดหมายบอกเล่าถึงช่วงเวลาอันแสนวิเศษของสามีภรรยา
ซึ่งยังเป็นหนุ่มสาวและรักกัน
จนเชื่อว่าหากปราศจากใครไปคนหนึ่งแล้วชีวิตคงอยู่ต่อไปไม่ได้
..........................
แต่ในหลายปีที่ผ่านมาสามีภรรยาทั้งคู่กลับรู้สึกเป็นทุกข์อย่างมาก
พวกเขาไม่ได้รู้สึกยินดีที่จะมองกันและกันอีกต่อไป
ไม่รู้สึกเพลิดเพลินต่อการคุยกันอีกแล้ว
พวกเขาไม่ได้เขียนจดหมายถึงกันอีกเลย
..........................
วันก่อนที่เธอจะพบกล่องใส่จดหมายสามีได้บอกให้เธอทราบว่า
เขาจะต้องเดินทางไปทำธุรกิจต่อเขารู้สึกไม่สบายใจนักเวลาอยู่บ้าน
บางทีเขาคงกำลังหาความสุขความพึงพอใจเล็ก ๆ น้อยๆ จากการเดินทาง
เธอเริ่มได้ตระหนัก และเมื่อสามีบอกว่าเขาต้องไปประชุมที่นิวยอร์ก
เธอจึงบอกกลับไปว่า หากคุณมีงานต้องทำก็ขอให้ทำตามสบายเลย
เธอโตมากับการพูดอย่างนี้มันเป็นเรื่องปกติมาก
..........................
.... แล้วแทนที่การกลับบ้านจะเป็นไปตามแผน
เขาโทรศัพท์มาบอกว่า
ผมต้องอยู่ต่ออีกสองวันเพราะมีเรื่องจำเป็นต้องให้ทำ
เธอยอมรับได้อย่างง่ายดายอาจเป็นเพราะเมื่อเขาอยู่บ้าน
เธอรู้สึกไม่มีความสุขเลย
.........................
หลังจากวางหูโทรศัพท์เธอจึงเริ่มต้นจัดข้าวของในตู้แล้วก็พบกล่องดังกล่าว
มันเป็นกล่องขนมปังกรอบยี่ห้อ Lu ซึ่งมีชื่อเสียงมากในประเทศฝรั่งเศส
เธอรู้สึกสนอกสนใจเนื่องจากมันนานมาแล้วตั้งแต่เปิดกล่องนั้นครั้งก่อน
เธอใช้ไม้ขนไก่ปัดเอาฝุ่นออกแล้วเปิดกล่อง
จึงได้กลิ่นของบางสิ่งที่คุ้นเคยมาก
..........................
....เธอหยิบเอาจดหมายฉบับหนึ่งออกมาและยืนอ่านอยู่ตรงนั้น
มันช่างเป็นจดหมายที่หวานไพเราะอะไรอย่างนี้ !
ในภาษาถ้อยคำของเขานั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจรักใคร่
เธอรู้สึกได้ถึงความสดชื่นมากมาย
ได้กลับมาเหมือนกับผืนดินที่แตกระแหงได้รับน้ำฝน
เธอเปิดจดหมายอีกฉบับออกอ่านเพราะว่ามันวิเศษเหลือเกิน
ในที่สุดเธอจึงนำจดหมายทั้งกล่องมาที่โต๊ะนั่งลง
และอ่านฉบับแล้วฉบับเล่า
จนกระทั่งอ่านจบหมด ๔๖ ฉบับ
.......................
...เมล็ดพันธุ์แห่งความสุขในอดีตยังคงอยู่ที่นั่น
ทว่ามันถูกฝังกลบไว้ภายใต้ความทุกข์มากชั้น
หากแต่ว่ามันคงอยู่ที่นั่น
ดังนั้นในขณะที่อ่านจดหมาย
ซึ่งเขาเขียนเมื่อยังหนุ่มและรักซึ้งตรึงใจ
เธอจึงรู้สึกได้ว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขภายในเธอเริ่มต้นได้น้ำแล้ว..
.......................
เมื่อคุณทำบางสิ่งเหมือนอย่างนี้..
ก็เท่ากับช่วยรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์แห่งความสุข
ซึ่งนอนจมอยู่ในจิตสำนึกของคุณในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานมานี้
สามีของเธอไม่รู้จักใช้ถ้อยคำอันไพเราะเสียบ้างเลย
.. แต่เดี๋ยวนี้เมื่อกำลังอ่านจดหมาย
เธอได้ยินคำพูดหวาน ๆ จากเขาความสุขของพวกเขามีอยู่จริง
แต่ทำไมเล่าพวกเขาจึงมีชีวิตเหมือนอยู่ในนรก?
.........................
เธอแทบจะจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเขาเคยพูดคุยกับเธออย่างนั้น
แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาเคยทำจริง ๆ
ซึ่งเขาสามารถคุยกับเธอด้วยคำพูดดี ๆได้
ช่วงเวลาชั่วโมงครึ่งที่เธอใช้เวลาอ่านจดหมายเหล่านี้ทั้งหมด
ได้ช่วยพรมน้ำลงบนเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขในตัวเธอ
...........................
เธอเข้าใจแล้วว่าทั้งเธอและเขาต่างก็ไม่มีความชำนาญ
พวกเขาจึงให้น้ำบนเมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ของกันและกัน
อีกทั้งไม่รู้จักให้น้ำบนเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขบ้างเลย
หลังจากอ่านจดหมายทั้งหมด
เธอมีแรงจูงใจปรารถนาที่นั่งลงเขียนจดหมายบอกแก่สามีว่า
ในช่วงเวลานั้นเธอมีความสุขเพียงใด
เมื่อแรกเริ่มในความสัมพันธ์ของพวกเขา
..............................
เธอเขียนว่าปรารถนาให้ปีแห่งความสุขอันทรงคุณค่าเหล่านั้น
หวนกลับคืนมาอีกครั้งและตอนนี้อยากจะเรียกเขาว่า
สุดที่รักของฉัน
ด้วยความสัตย์ซื่อจริงใจอย่างเต็มเปี่ยม
เธอใช้เวลา ๔๕นาทีเพื่อเขียนจดหมายนั้น
มันเป็นจดหมายรักจริงๆที่ส่งไปให้ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์
คนที่เขียนจดหมายมาให้เธอเก็บเอาไว้ในกล่องๆ หนึ่ง
การอ่านและเขียนจดหมายใช้เวลาไปร่วมๆ ๓ ชั่วโมง
มันเป็นเวลาแห่งการฝึกปฏิบัติทว่าเธอเองไม่รู้เลยว่ากำลังปฏิบัติอยู่
.........................
หลังจากเขียนจดหมายเสร็จเธอรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ
ทั้งๆ ที่จดหมายยังไม่ได้ส่งและสามีของเธอก็ยังไม่ได้อ่าน
. แต่กลับทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างมาก
เพราะว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขได้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
พวกมันได้รับน้ำแล้ว
เธอขึ้นไปชั้นบนแล้วเอาจดหมายวางลงบนโต๊ะของเขา
เธอรู้สึกมีความสุขเพียงเพราะว่าจดหมายเหล่านั้น
ได้หล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์ด้านบวกในตัวเธอ
.................
ในขณะที่กำลังอ่านจดหมายและเขียนถึงสามีของเธอ
เธอได้รับความเข้าใจบางอย่าง ที่ว่าพวกเขาทั้งสองไม่มีความชำนาญพอ
อีกทั้งไม่รู้จักวิธีที่จะถนอมรักษาความสุข
ที่พวกเขาสมควรจะได้รับจากถ้อยคำพูดคุย
จากการกระทำ แต่กลับทำให้สถานการณ์ย่ำแย่
ทั้งๆที่ทั้งสองยินดีที่จะใช้ชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัว เป็นคู่ผัวตัวเมีย
...แต่พวกเขากลับไม่มีความสุขเอาเสียเลย
....................
หลังจากมีความเข้าใจนี้
เธอรู้สึกมั่นใจว่าถ้าเธอและเขาพยายามฝึกปฏิบัติ
ความสุขก็จะหวนคืนกลับมาอีกเธอรู้สึกเต็มไปด้วยความหวัง
และไม่มีความทุกข์ใดๆอีกเลยเช่นที่เธอเคยมีในอดีตที่ผ่านมา
เมื่อสามีเธอกลับมาบ้านเขาขึ้นชั้นบนและเห็นจดหมายบนโต๊ะ
เขียนว่า
ฉันเป็นคนหนึ่งที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในความทุกข์ของเรา
เป็นความจริงที่ว่าเราไม่มีความสุขอย่างที่เราทั้งคู่สมควรจะได้รับ
ขอให้มาเริ่มต้นพูดคุยกันใหม่ ขอให้ความสงบสันติความปรองดอง
และความสุขเกิดขึ้นจริงอีกครั้ง
เขาใช้เวลามากมายไปกับการอ่านจดหมาย
และมองลึกลงไปในสิ่งที่เธอเขียน
เขาไม่รู้เลยว่ากำลังฝึกภาวนาแต่เขาก็กำลังทำมันอยู่
เพราะว่าด้วยการอ่านจดหมายของภรรยา
เมล็ดพันธุ์แห่งความสุขในตัวเขาได้รับน้ำด้วยเช่นเดียวกัน
......................
เขาอยู่ที่ชั้นบนเป็นเวลานาน มองหยั่งลึกเข้าไป
เกิดความเข้าใจเหมือนๆกันกับที่เธอได้รับในวันก่อน
ด้วยการกระทำนี้
พวกเขาทั้งสองจึงมีโอกาสเริ่มต้นใหม่และฟื้นฟูความสุขอีกครั้ง
..........................
ปัจจุบันนี้ผู้คน คู่รักไม่เขียนจดหมายถึงกันอีกต่อไปแล้ว
พวกเขาเพียงแค่ยกหูโทรศัพท์และพูดว่า
คืนนี้เธอว่างไหม ? เราน่าจะออกไปนอกบ้านกันนะ
แค่นั้นเองไม่มีอะไรให้เก็บเอาไว้ให้ระลึกนึกถึง
นั่นเป็นเรื่องน่าสงสาร
เราต้องเรียนรู้ที่จะเขียนจดหมายรักอีกครั้ง
เขียนถึงคนที่คุณรัก
เขาอาจจะเป็นพ่อหรือเป็นลูกชาย
เธออาจจะเป็นลูกสาว แม่ พี่สาว น้องสาว หรือเพื่อน
ให้เวลากับการลงมือเขียนด้วยความรู้สึกสำนึกและความรักของคุณ.
จากข้อเขียนเรื่อง Love Letters ในนิตยสาร Resurgence
ฉบับที่ ๒๑๕เดือน พฤศจิกายน ธันวาคม ๒๐๐๒
ป้อม ผ่านทางนำมาโพสต์ไว้ที่ www.prajan.com
